วิธีการเลือกซื้อเกียร์ทดรอบ ดูจากอะไรบ้าง

เกียร์ทดรอบ หรือเรียกอีกอย่างว่าเฟืองทดรอบ เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมททั้งขนาดใหญ่และเล็ก โดยหน้าที่หลักของเกียร์ทดรอบก็คือทำหน้าที่ในการส่งกำลังผ่านทางเฟืองเกียร์ ไปยังตัวส่งกำลัง เช่น โซ่ สายพาย หรือเฟือง โดยชนิดของเฟืองเกียร์ทดรอบนั้นจะมีหลายชนิด มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน การใช้งานกับงานที่ไม่เหมือนกัน และ ราคา เกียร์ทดรอบ ก็จะขึ้นอยู่กับชนิดของเฟืองด้วย  ฉะนั้นก่อนที่เราจะเลือกซื้อเกียร์ทดรอบได้ อันดับควรรู้จักกับชนิดของเฟืองแต่ละแบบก่อนว่าต่างกันยังไง ใช้กับงานประเภทไหนบ้าง จะได้ใช้กับงานได้เหมาะสม ทีนี้มาดูกันว่านอกจากจะเข้าใจลักษณะของเกียร์แต่ละแบบแล้ว มีอะไรอีกบ้างที่ต้องดูเพิ่มเติมในการเลือกซื้อเกียร์  แนวทางในการเลือกซื้อเกียร์ทดรอบ  1.ชนิดของเฟืองเกียร์  อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเฟืองของเกียร์ดรอบมีหลายรูปแบบ ใช้งานต่างกัน ดังนั้นการพิจารณาชนิดของเฟืองก่อน จะทำให้คุณเลือกเกียร์ได้ถูกต้องกับงานที่จะใช้ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของเฟืองแต่ละแบบเอาไว้ จะได้รู้ว่าควรจะใช้แบบไหน มีอะไรที่ต้องระวังบ้างในการใช้งาน เพื่อให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง  2.พิกัดของเกียร์ทดรอบ  เกียร์ทดรอบก็เหมือนกับมอเตอร์นั่นเอง เวลาที่จะใช้งานจะต้องเลือกพิกัดกำลังของมอเตอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่นกัน การเลือกซื้อเกียร์ทดรอบก็ต้องดูพิกัดให้เหมาะสมกับโหลดที่จะนำมาใช้ โดยพิกัดกำลังของเกียร์ทดรอบนั้น จะส่งผลทำให้ ราคา เกียร์ทดรอบ แตกต่างกัน หากเป็นเกียร์ที่มีกำลังสูงๆ ราคาก็ย่อมสูงตามไปด้วย  3.อัตราการทดเกียร์  เฟืองเกียร์แต่ละชนิดนอกจากจะให้ความแตกต่างในการใช้งาน ยังส่งผลในเรื่องของอัตราทดเกียร์ด้วย ฉะนั้นคุณควรเลือกอัตราการทดเกียร์ให้เหมาะสมกับการใช้งานก่อน เนื่องจากงานแต่ละชนิด จะต้องการความเร็วรอบ แรงบิด ที่ไม่เท่ากัน ถ้าเลือกผิดเมื่อไหร่ จะนำมาใช้งานร่วมกันไม่ได้ทันที  4.ขนาดของเพลา  ของของเพลาหรือการติดตั้งเพลาสำหรับส่งกำลังกับโหลด จะส่งผลต่อการเลือกเกียร์ทดรอบเช่นกัน เพราะว่าเราต้องเลือกชนิดที่เกียร์เหมาะกับเพลาะ ถ้าเลือกผิดหรือมีการติดตั้งที่ผิด เวลาที่เอามาติดตั้งหน้างานจริง จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นRead More

รวม 5 เครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรม

บทความนี้ เราได้รวบรวมเครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรมมาฝาก ซึ่งเครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรมนั้นจะมีทั้งหมด 5 ชิ้นหลักๆ ด้วยกัน นอกจากนั้นก็จะมีเครื่องวัดอื่นๆ เช่น เครื่องวัดฝุ่นละอองในอากาศ ทั้งนี้ แต่ละ 5 ชิ้นนั้นจะมีความแตกต่างกันอย่างไร เลื่อนลงมาหาคำตอบพร้อมๆ กันเลย  5 เครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรม  เครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรม : ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) ไมโครมิเตอร์ เป็นเครื่องมือวัดความละเอียดที่สามารถวัดได้ทั้งความกว้าง ยาว หรือความหนาของวัตถุที่มีขนาดเล็กและต้องการความละเอียดสูง โดยพื้นฐานการทำงานของไมโครมิเตอร์อาศัยหลักการเคลื่อนที่ตามเส้นรอบวงของเกลียว แล้วแสดงผลจากระยะที่เคลื่อนไปได้ออกมาเป็นตัวเลขของขนาดวัตถุที่ทำการวัด  เครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรม : คาลิปเปอร์ (Caliper) คาลิปเปอร์ เป็นเครื่องมือวัดพื้นฐานมีการใช้งานมากที่สุดในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้สำหรับวัดขนาดทางด้านมิติ ที่ให้ความละเอียดในการวัดเป็นค่าตัวเลขออกมาเป็นหน่วยมิลลิเมตรและนิ้ว และสามารถใช้วัดได้หลากหลายลักษณะรวมอยู่ในเครื่องมือชิ้นเดียวทั้งขนาด ความยาว เส้นผ่านศูนย์กลาง รวมถึงความลึกของวัสดุอีกด้วย  เครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรม : ไฮเกจ (Height Gauge) ไฮเกจ เป็นเครื่องมือวัดขนาดความสูงสำหรับงานโมเดลหรืองานร่างแบบ (Lay-out) ก่อนทำการผลิตจริง โดยที่ผู้ทำการวัดสามารถขีดรอยเพื่อกำหนดระยะ ขนาด หรือความสูง บนผิวงานได้ด้วยเหล็กบาก สามารถใช้งานคู่กับโต๊ะระดับหรือแท่นระดับ (Surface Plate) เพื่อให้ได้ระนาบผิวอ้างอิงในการวัด  เครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรม : ไดอัลเกจ (Dial Gauge) ไดอัลเกจ หรือนาฬิกาวัดเป็นเครื่องมือวัดที่มีหน้าปัดคล้ายนาฬิกา โดยจะแสดงค่าการวัดจากการเคลื่อนที่ของเข็มที่ติดตั้งบนหน้าปัดเมื่อวางหัวสัมผัสของเครื่องวัดบนวัตถุ ใช้สำหรับวัดความเป็นระนาบ ความขนาน ระยะเยื้องศูนย์ เช่น วัดหาศูนย์ของวัตถุก่อนทำการกลึง ตรวจสอบความเที่ยงศูนย์ ตรวจสอบความขนาน ตรวจสอบขนาด และวัดความเยื้องศูนย์  เครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรม : ไดอัลเทสอินดิเคเตอร์ (Dial Test Indicator) ไดอัลเทสอินดิเคเตอร์ นาฬิกาวัดที่เหมาะกับงานวัดแบบเปรียบเทียบพื้นที่แคบ มีหัวสัมผัสวัดและแกนวัดเป็นลักษณะคานยื่นออกมาจากชุดนาฬิกาวัดเพื่อทำการวัดและตรวจสอบ มีค่าความละเอียดและความถูกต้องสูง เครื่องมือวัดนี้เหมาะกับงาน เช่น ตรวจสอบความเรียบ ตรวจสอบความขนาน วัดความเยื้องศูนย์Read More

รู้และเข้าใจของการทำงานตู้ไฟ

ตู้ไฟ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหัวใจหลัก ของระบบไฟฟ้าในครัวเรือนของคุณเลยก็ว่าได้ เพราะนี่ จึงเปรียบเสมือนเป็นด่านแรก ของการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุของการใช้ไฟฟ้าต่างๆ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่ใครหลายๆคน มักจะมองข้ามและไม่ค่อยให้ความสำคัญ เหมือนกับอุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าตัวอื่น เสียเท่าไหร่นัก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าตู้เหล่านี้นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ ของช่างไฟหรือผู้รับเหมาในการจัดหาแทน เพราะมันรู้สึกยุ่งยากและอันตรายเกินไป แต่ถ้าคุณรู้และเข้าใจการทำงานของมัน คุณจะต้องเปลี่ยนแนวคิดและเอาใจใส่ให้มากเลยทีเดียว  ถ้าหากคุณรู้ความรู้พื้นฐาน ทางด้านไฟฟ้าอยู่บ้างแล้ว และเข้าใจถึงการใช้งานหรือการเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านอยู่พอสมควรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางการใช้สวิตช์ไฟเบรกเกอร์ หรือเต้ารับหรือแม้กระทั่งตัว ตู้ไฟ นั้นก็ต้องยอมรับเลยว่า เจ้าบ้านจะต้องมีความรู้พอสมควร ในการที่จะสามารถพูดคุยกับช่างไฟแบบมืออาชีพหรือรวมไปถึง ผู้รับเหมาได้อย่างมั่นอกมั่นใจ ซึ่งแน่ใจว่าการเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้เพื่อที่จะมาใช้งานในบ้านนั้น จะต้องสามารถตอบโจทย์พฤติกรรม ของคนในบ้านได้เป็นอย่างดีและมีความคุ้มค่า ที่จะให้เกิดความปลอดภัยอย่างสูงที่สุด กับบ้านและผู้อยู่อาศัยอีกด้วย  ตู้ไฟ ที่จัดได้ว่าเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่เจ้าบ้านหลายคนหรือส่วนใหญ่ ไม่ค่อยที่จะเคยเห็นกันทั้งๆที่มันเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ ที่มีความสำคัญที่สุดในบ้านเลยทีเดียว ด้วยสาเหตุนี้ที่ไม่มีความคุ้นเคยหรือตั้งอยู่ในบริเวณซอกมุมต่างๆ ของบ้านแต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้นั้นถือเป็นหัวใจหลัก ของการจ่ายไฟฟ้าในตัวบ้านเลยทีเดียว ที่ทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้น ในการกระจายไฟฟ้าไปยังจุดต่ำต่างๆ ของตัวบ้านและรวมไปถึง การช่วยตัดวงจรไฟฟ้าเมื่อเกิดสิ่งผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งไฟรั่วไฟดูดไฟช็อต หรือ ใช้ไฟเกิน พูดง่ายๆคือเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ไม่ธรรมดาที่จะเป็นตัวเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าทั้งหมด และยังช่วยป้องกันการเกิดไฟลัดวงจร หรือไฟไม่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  โดยทั่วไปแล้วนั้น อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่ง อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นแผงไฟฟ้า แบบสำเร็จรูปที่มีการติดตั้งRead More