Blog

เครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควรมีติดบ้าน

เมื่อต้องเลือกบางอย่างสำหรับบ้านของคุณ มีหลายปัจจัยที่ควรพิจารณา ก่อนอื่น คุณต้องตัดสินใจว่าคุณต้องการอะไร ต้องพิจารณางบประมาณของคุณ ต้องนึกถึงสไตล์ของคุณและสิ่งที่จะเข้ากับบ้านของคุณ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของบ้านคุณ และคุณต้องคิดถึงความต้องการของครอบครัว ประการที่สำคัญก็คือ สิ่งของที่คุณกำลังเลือกนั้น จะมีประโยชน์กับบ้านและสมาชิกในบ้านจริงไหม? จริงอยู่ที่คุณอาจชอบสไตล์บางอย่าง แต่มันอาจไม่เข้ากับบ้านของคุณเอาเสียเลย คุณต้องคำนึงถึงการใช้งานจริงเมื่อเลือกบางอย่างสำหรับบ้าน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีบ้านหลังเล็ก คุณอาจไม่ต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ คุณต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของบ้านด้วย ตัวอย่างเช่น หากคุณมีลูกเล็ก คุณอาจต้องการหลีกเลี่ยงการซื้อของมีคม หรือเครื่องใช้ที่เสี่ยงต่อการตกแตก อย่างไรก็ตาม มีเครื่องใช้มากมายที่คุณควรซื้อเพื่อมาใช้งานในบ้านของคุณ เป็นของที่มีประโยชน์ใช้สอย และจำเป็นกับคนในครอบครัวอย่างแน่นอน เป็นสิ่งที่ถ้าซื้อมาแล้ว จะไม่เสียเงินไปอย่างสูญเปล่า จะมีอะไรบ้างลองมาดูกัน ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้เย็น เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบ้านทุกหลัง เพราะมันจะช่วยให้อาหารของคุณเย็นและสด สามารถเก็บอาหารได้หลายมื้อ เป็นการช่วยยืดอายุของอาหารให้สามารถนำมาทานได้นานขึ้น และยังสามารถใช้เป็นที่เก็บของอื่น ๆ เช่น เครื่องดื่มและของเหลือได้อีกด้วย  เตาไฟฟ้า เตาไฟสำหรับทำอาหารเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับบ้านทุกหลัง มันจะช่วยให้คุณสามารถปรุงอาหารได้อย่างหลากหลาย ทั้งอาหารคาว และอาหารหวาน ความร้อนจากการใช้เตาจะช่วยให้อาหารสุกและสะอาด สามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย เครื่องล้างจาน เครื่องล้างจานเป็นอุปกรณ์ที่ดีหากคุณมีกิจกรรมสังสรรค์บ่อย ๆ หรือถ้าคุณมีครอบครัวใหญ่ มันจะช่วยล้างจานให้คุณ และไม่ต้องเสียเวลาไปกับการทำความสะอาดจานชามกองโตให้ต้องเหนื่อย เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าเป็นเครื่องใช้สองอย่างที่ใช้งานร่วมกันได้ ช่วยให้คุณซักและอบผ้าได้ในที่เดียว ประหยัดเวลา และประหยัดพื้นที่อีกด้วย และนี่ก็คือเครื่องใช้ไฟฟ้าดี ๆ ที่คุณควรซื้อสำหรับบ้านของคุณ ด้วยตัวเลือกมากมายในตลาด จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะหาอุปกรณ์ที่เหมาะกับความต้องการของคุณ ลองนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ แล้วจะพบว่าชีวิตสะดวกสบายขึ้นมากเลยทีเดียว

Read More
ผลิตไฟฟ้า

พลังงานลมสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอหรือไม่

ลมที่พัดผ่านร่างกายของพวกเราอยู่ในทุกๆ วันนี้ ท่านทราบกันหรือไม่ครับว่า “สามารถนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า” ได้ด้วยหล่ะครับ เพราะเราสามารถเปลี่ยนพลังงานลมให้เพื่อขับเคลื่อนใบพัดให้หมุนก่อเกิดเป็นพลังงานกลที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้นั้นเองครับ บทความนี้เลยอยากจะพาทุกๆ ท่านไปเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ “พลังงานลมสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอหรือไม่” กันสักหน่อย พร้อมไปสำรวจกังหันลมใหญ่ๆ ของไทยกันคัรบ จะมีที่ไหนบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับ พลังงานลมเป็นอย่างไร? พลังงานลม เป็นพลังงานจากธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ มนุษย์เราได้ใช้ประโยชน์จากพลังงานลมมานานหลายพันปี ในการอำนวยความสะดวกสบายแก่ชีวิต เช่น การแล่นเรือใบขนส่งสินค้าไปได้ไกลๆ การหมุนกังหันวิดน้ำ การหมุนโม่หินบดเมล็ดพืชให้เป็นแป้ง ในปัจจุบันมนุษย์จึงได้ให้ความสำคัญและนำมาใช้ประโยชน์มากขึ้น โดยการนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า เนื่องจากพลังงานลมมีอยู่โดยทั่วไป ไม่ต้องซื้อ เป็นพลังงานที่สะอาด ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น โดยชนิดของกังหันลม จำแนกตามลักษณะแนวแกนหมุนของกังหันจะได้ 2 แบบ คือ ●กังหันลมแกนหมุนแนวตั้ง (Vertical Axis Wind Turbine) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุน และใบพัดตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ ●กังหันลมแกนหมุนแนวนอน (Horizontal Axis Wind Turbine) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนขนานกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ โดยมีใบพัดเป็นตัวตั้งฉากรับแรงลม เราสามารถใช้พลังงานลมมาผลิตไฟฟ้าได้อย่างไร? การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม คือ การนำลมมาใช้ประโยชน์จะต้องอาศัยเครื่องจักรกลสำคัญ คือ “กังหันลม” ในการเปลี่ยน พลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลม เป็นพลังงานกลก่อนนำไปใช้ประโยชน์ ที่สำคัญพลังงานลม ใช้ไม่มีวันหมด และกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากลมยังไม่ปล่อยของเสียที่เป็นอันตรายต่อ สภาพแวดล้อม แต่การใช้พลังงานลมเพื่อการผลิตไฟฟ้าความเร็วลมจะต้องสม่ำเสมอ หรือกำลังลม เฉลี่ยทั้งปีควรไม่น้อยกว่าระดับ 6.4 – 7.0 เมตรต่อวินาที ที่ความสูง 50 เมตร ถึงจะสามารถ ผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมได้ดี ภูมิประเทศที่มีความเร็วลมเหมาะสมได้แก่บริเวณฝั่งทะเลแถบยุโรป เหนือ หรือช่องเขาในอเมริกา ประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าโดยใช่พลังงานลมเท่าไหร่? สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ...

Read More
คอนโด

เปรียบเทียบบ้านกับคอนโด

สำหรับวัยทำงานที่กำลังอยู่ในวัยที่ต้องตัดสินใจเลือกที่อยู่ที่เป็นหลักเป็นแหล่งเพื่อรากฐานในอนาคต ซึ่งปัจจัยที่ต้องตัดสินใจเป็นข้อแรกๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นการ “ซื้อที่พักอาศัย” นั้นเองครับ ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะตัดสินใจกันไม่ได้ง่ายๆ เกี่ยวกับว่าจะอยู่บ้านหรือยู่คอนโดกันดี วันนี้เราเลยอยากมาแชร์เกี่ยวกับ “เปรียบเทียบบ้านกับคอนโด” ที่น่าสนใจเพื่อที่อาจจะช่วยเป็นหนึ่งในการตัดสินใจของท่านผู้อ่านกันครับ เราสามารถเปรียบเทียบบ้านกับคอนโดได้อย่างไรบ้าง? การเปรียบเทียบระหว่างการซื้อบ้านกับคอนโดนั้น มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ข้อได้เปรียบของการซื้อบ้าน - เป็นเจ้าของที่ดินและบ้านอย่างแท้จริง สามารถดัดแปลงหรือต่อเติมได้- มีสวนหรือพื้นที่ส่วนตัวมากกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว- ค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น ค่าส่วนกลาง อาจถูกกว่าคอนโด- มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว เนื่องจากที่ดินมีราคาสูงขึ้น ข้อได้เปรียบของการซื้อคอนโด - ราคาถูกกว่าบ้านในทำเลเดียวกัน เหมาะกับผู้มีงบประมาณจำกัด- สะดวกต่อการเดินทาง อยู่ใจกลางเมือง ใกล้แหล่งงาน- มีสิ่งอำนวยความสะดวกร่วม เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สนามเด็กเล่น- การดูแลรักษาง่ายกว่า เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายบำรุงรักษารวม- มีความปลอดภัยสูงกว่า เนื่องจากมีระบบรักษาความปลอดภัย โดยสรุปแล้ว บ้านเหมาะกับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว พื้นที่กว้างขวาง และสามารถดัดแปลงได้ ขณะที่คอนโดเหมาะกับผู้ที่งบประมาณจำกัด ต้องการความสะดวกสบาย และไม่ต้องการภาระดูแลมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิต งบประมาณ และความต้องการที่แท้จริงของแต่ละคน แชร์ปัญหาที่ผู้อยู่อาศัยคอนโดพบเจอ - ปัญหาน้ำรั่วซึม เนื่องจากคอนโดชั้นบนสุดมักจะอยู่ติดกับชั้นดาดฟ้า ที่ต้องเจอทั้งน้ำฝน แสงแดดโดยตรง ทำให้อาจเกิดน้ำรั่วได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่แม้กระทั่งตัวผู้สร้างคอนโดเองก็อาจจะไม่รู้ จนกว่าจะมีผู้อยู่อาศัยมาอยู่และเจอเอง หากดาดฟ้าเป็นพื้นที่ส่วนกลางก็จะดีหน่อย เพราะได้รับการดูแลต่อเนื่อง แต่หากเป็นชั้นที่ไว้วางงานระบบต่าง ๆ นาน ๆ ทีก็จะมีทีมขึ้นมาตรวจสอบ ก็มีโอกาสที่จะเกิดการรั่วซึมตามมาได้ง่าย - อากาศร้อนอบอ้าวในช่วงกลางวัน ช่วงเวลากลางวัน ภายในห้องและด้านนอกจะร้อนมาก เพราะคอนโดชั้นบนสุดอยู่ติดกับดาดฟ้าโดยตรง ห้องเลยซึมซับความร้อนแบบเต็มที่ โดยเฉพาะห้องที่หันทิศรับแสงแดดช่วงบ่าย จะร้อนมากเป็นพิเศษ ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ห้องในช่วงเวลากลางวันบ่อย ๆ ...

Read More
บ้านติดริมแม่น้ำ

ปัญหาของบ้านที่ติดริมน้ำที่ต้องเตรียมตัว

บ้าน เป็นสถานที่ที่พักใจและพักกายาของเราทุกๆ คน สำหรับคนที่มีบ้านแสนสบาย บรรยากาศและที่ตั้งดีๆ อย่าง “บ้านริมน้ำ” เป็นอะไรที่น่าจะฟินมากๆ เลยหล่ะครับ แต่ความชิลความสวยงามมักจะมาพร้อมกับ “ปัญหาของบ้านที่ติดริมน้ำที่ต้องเตรียมตัว” ที่น่ากังวลเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันดีกว่าครับผม ฮวงจุ้ยกับบ้านติดริมแม่น้ำลำคลอง บ้านติดน้ำที่อยู่ติดบริเวณแม่น้ำลำคลองเป็นบ้านติดน้ำที่ถูกฮวงจุ้ยที่สุด เนื่องจากเป็นบ้านติดน้ำที่มีสภาพแวดล้อมแบบธรรมชาติ สภาพหยิน-หยางสมดุล โดยเฉพาะบ้านติดน้ำที่มีคุ้งน้ำทางโค้งและมีกระแสน้ำโอบตัวบ้านจะยิ่งดี ในทางกลับกันหากเป็นโค้งน้ำที่หันโค้งเข้าหาตัวบ้านติดน้ำจะถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี อีกทั้งต้องไม่ให้บ้านติดน้ำอยู่บริเวณทางแยกเพราะเป็นบริเวณน้ำหมุนวนเป็นน้ำที่มีผลเสียมากกว่าผลดี และบ้านติดน้ำที่มีตำแหน่งอยู่ปลายน้ำจะถือว่ามีฮวงจุ้ยไม่ดีมากที่สุด เพราะไม่ได้รับประโยชน์จากแม่น้ำ น้ำพัดพาตะกอนมาทับถม สภาพน้ำนิ่งถือว่าเป็นน้ำตาย การเลือกซื้อบ้านติดน้ำที่อยู่ริมแม่น้ำลำคลองหากให้ดีต่อสุขภาพควรดูว่าแหล่งน้ำบริเวณนั้นเน่าเสีอหรือไม่ หากเน่าเสียถือว่าเป็นบ้านติดน้ำที่ไม่ดี และควรเว้นระยะห่างจากแหล่งน้ำโดยใช้ความสูงของบ้านคูณด้วย 3 (หน่วยเป็นเมตร) จึงจะดี ปัญหาของบ้านที่ติดริมน้ำ ►น้ำเซาะตลิ่ง ดินไถล บ้านทรุด สิ่งที่ควรระมัดระวังในการสร้างบ้านติดน้ำคือเรื่องของการกัดเซาะริมตลิ่ง ดินไถล บ้านทรุด ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการทำแนวป้องกันดินพังทลาย การสร้างรั้วโดยใช้เสาเข็มรูปตัวไอ จุดสังเกตที่เป็นสัญญาณบ่งบอกบ้านทรุด อย่างเช่น เกิดรอยร้าวขึ้นบนผนังหรือเสา , ผนังแยกตัวเป็นแนวทแยงมุม , พื้นดินบริเวณแนวผนังบ้านยุบตัวลงจนเห็นเป็นโพรงใต้บ้าน , พื้นบ้านเกิดการทรุดตัวลง เช่น พื้นที่ซักล้าง ลานขอดรถ ทางเดินข้างบ้าน เป็นต้น ►ระวังเรื่องน้ำท่วม การพักอาศัยในบ้านติดน้ำต้องคอยวัดระดับน้ำอยู่เสมอ เพื่อดูว่าน้ำขึ้นมากน้อยแค่ไหนและเพื่อที่จะได้เตรียมตัวป้องกันน้ำท่วม ►แมลงและสัตว์ไม่พึงประสงค์รบกวน บ้านติดน้ำมักมีปัญหาแมลงและสัตว์ไม่พึงประสงค์อพยพหนีน้ำขึ้นที่สูง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์มีพิษอย่างแมงป่อง ตะขาบ งู นอกจากนี้อาจพบปัญหายุงหรือสัตว์อื่น ๆ อย่างเช่น ตัวเงินตัวทอง เป็นต้น แนวทางการป้องกันสำหรับบ้านริมน้ำ ●ยกใต้ถุนขึ้นสูงกว่าระดับน้ำ ใครที่ต้องการสร้างหรือมีบ้านริมน้ำคงไม่อยากให้บ้านที่เพิ่มสร้างต้องเผชิญกับน้ำท่วมบ้านเพราะน้ำขึ้นสูงอย่างแน่นอน โดยการสร้างบ้านที่ริมแม่น้ำอย่างนี้จะมีการใช้สูตรเพื่อคำนวณความสูงของบ้านว่าควรยกใต้ถุนขึ้นสูงเท่าใดตัวบ้านจึงจะปลอดภัย วิธีการคำนวณก็คือ ความลึกของระดับน้ำบวกกับความลึกของระดับน้ำเดิมคูณ 1.25 จะได้เป็นความยาวเสาเข็มที่จะทำแนวรั้วและค่าที่ได้ต้องไม่เกิน 10 เมตร ●โครงสร้างบ้านทนต่อความชื้น บ้านริมน้ำโดยส่วนมากแล้วมักมีโครงสร้างส่วนหนึ่งอยู่ในน้ำและโครงสร้างส่วนใหญ่ที่ต้องสัมผัสกับความชื้นตลอดวัน โดยส่วนใหญ่จึงใช้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กโดยต้องระวังเรื่องของเหล็กที่ใช้ต้องมีการเคลือบกันสนิมที่ได้คุณภาพ ส่วนเรื่องของปูนนั้นหากพื้นที่ที่สร้างไม่ได้เป็นน้ำกร่อยที่มีน้ำทะเลผสม เราสามารถใช้ปูนธรรมดาได้เลย ...

Read More

พลังงานใต้พิภพที่กำลังพัฒนา

พลังงานไฟฟ้า ในปัจจุบันนั้นเป็นพลังงานที่สำคัญเป็นอับดับแรกของโลกเลยก็ว่าได้ครับ เพราะพลังงานไฟฟ้าสามารถใช้ประโยชน์ได้เกือบทุกๆ อย่างในปัจจุบันเลยครับ หากขาดพลังงานไฟฟ้าไป โลกอาจกลับเข้าสู่ยุคมืดอีกครั้งเลยหล่ะ ซึ่งการผลิตไฟฟ้านั้นมีมากมายหลายแนวทาง แต่ในบทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปรู้จักแนวทางใหม่อย่าง “พลังงานใต้พิภพที่กำลังพัฒนา” กันครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันเล้ยย พลังงานใต้พิภพคืออะไร? พลังงานใต้พิภพ (Geothermal) พลังงานใต้พิภพ คือ พลังงานที่ได้จากการนำความร้อนที่กักเก็บไว้ใต้ผิวโลก ซึ่งเกิดจากการสลายตัวของสารกัมมันตภาพรังสี เช่น โพแทสเซียม ยูเรเนียม ทอเรียม ฯลฯ ในเปลือกโลกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วยการผลิตเป็นพลังงานทดแทน โดยใช้แรงจากไอน้ำแรงดันสูงที่สะสมอยู่ใต้ชั้นหินไปหมุนกังหันและให้พลังงานกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และได้เป็นพลังงานไฟฟ้าในท้ายที่สุด หลักการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานใต้พิภพ แหล่งพลังงานใต้พิภพสามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมีหลักการเบื้องต้นก็คือ นำน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงมากๆมาแยกสิ่งเจือปนออกให้หมด จากนั้นทำให้ความดันและอุณหภูมิลดลง เกิดเป็นไอน้ำขึ้นมา แล้วนำแรงอัดของไอน้ำไปหมุนกังหันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งไอน้ำที่ออกมาจากกังหันจะถูกทำให้มีอุณหภูมิเย็นลงก่อนแล้วนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นก่อนปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือปล่อยกลับลงไปใต้ดินใหม่ ซึ่งเทคนิคของแต่ละโรงไฟฟ้า อาจจะใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนแตกต่างกันออกไป ก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้สูงกว่า 20% เช่น ให้ไอน้ำถ่ายเทความร้อนให้สารอย่างไอโซบิวทีน ที่มีจุดเดือดต่ำกว่า เป็นต้น           จะเห็นได้ว่าการผลิตพลังความร้อนใต้พิภพแทบไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม พลังงานนี้เป็นแหล่งพลังงานสะอาด ไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ สามารถหมุนเวียนและนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้เป็นแหล่งพลังงานที่น่าเชื่อถืออย่างที่สุด  แต่โชคร้ายที่ถึงแม้ว่าหลายประเทศที่มีแหล่งสำรองความร้อนใต้พิภพที่อุดมสมบูรณ์ แต่แหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับการพิสูจน์ว่าดีแล้วนี้ถูกนำมาใช้ประโยชน์น้อยมาก พลังงานสะอาดอื่นๆ ที่น่าสนใจ ●พลังงานลม (Wind) พลังงานลมเป็นอีกหนึ่งพลังงานสะอาดที่ใช้แล้วไม่หมดไป เราสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ด้วยการใช้กังหันลมในการเปลี่ยนพลังงานจลน์ที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของลม จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นพลังงานกลอีกทอดหนึ่งเพื่อใช้ในการหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและเปลี่ยนพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้าต่อไป ส่วนแล้วใหญ่มักผลิตได้ตามพื้นที่เนินเขา ภูเขาในพื้นที่ห่างไกล หรือชายฝั่งทะเล ซึ่งจะมีทั้งลมทะเลและลมนอกชายฝั่ง ปัจจุบันอาจพบในรูปแบบของทุ่งกังหันลม แต่สำหรับในประเทศไทยเองจะมีอุปสรรคในด้านของความเร็วลม ทำให้ยังไม่สามารถดึงศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมได้เต็มที่ ●พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) พลังงานแสงอาทิตย์เป็นทางเลือกพลังงานสะอาดที่ใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานธรรมชาติอย่างแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีมากที่สุดของโลกอย่างหนึ่งเพื่อนำมาแปรรูปเป็นพลังงานด้วยระบบโซลาร์เซลล์ที่จะทำหน้าที่ในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีตั้งแต่ระบบโซลาร์รูฟที่นิยมใช้ในระดับครัวเรือนไปจนถึงระบบโซลาร์ฟาร์มหรือโรงผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ นอกจากพลังงานไฟฟ้าแล้ว พลังงานแสงอาทิตย์ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นพลังงานความร้อนได้อีกด้วย ●พลังงานชีวภาพ/พลังงานชีวมวล (Biogas/Biomass) พลังงานชีวภาพและพลังงานชีวมวลเป็นพลังงานที่ได้จากการแปรรูปวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร เช่น หญ้าเนเปียร์ ข้าวโพด ชานอ้อย ฟางข้าว ฯลฯ รวมถึงภาคปศุสัตว์ ...

Read More
Sleeping in a Tent

การนอนเต็นท์จะช่วยทำให้เพลิดเพลินได้จริงไหม

ในปัจจุบันนี้เรื่องของการนอนเต็นท์นั้นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่สนุกอย่างมากที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและใส่ใจกันอย่างที่สุดดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการนอนเต็นท์หรือการทำกิจกรรมเกี่ยวกับการทำกิจกรรมเอ้าท์ดอร์ดูบ้างก็จะดี เพราะทุกๆอย่างในเรื่องของการนอนเต็นท์นั้นจะช่วยทำให้เรานั้นได้ประสบการณ์ที่ใหม่ๆมากขึ้นและที่สำคัญก็จะช่วยทำให้เรานั้นได้ยิ่งมีความเพลิดเพลินที่จะได้ทำอะไรใหม่ๆยิ่งขึ้นด้วย เรื่องเหล่านี้เราจึงควรที่จะต้องให้ความสนใจกันมากๆด้วยจะเป็นสิ่งที่ดี หากเรารู้จักที่จะให้ความสนใจแล้วก็จะยิ่งดีเพราะอย่างน้อยในเรื่องของการนอนเต็นท์นั้นก็จะช่วยทำให้เรานั้น เพลิดเพลินใจได้อย่างที่สุดเลยแลแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้เราไม่ต้องกังวลอะไรไม่ต้องคิดอะไรมากมายนอกจากความสนุกที่อยู่ตรงหน้าอันนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ดีกับเราเองอย่างมากเลย และแน่นอนหากเรารู้จักที่จะใส่ใจแล้วก็จะยิ่งเกิดเรื่องราวที่ดีๆขึ้นกับเราเองอย่างมากด้วยเช่นกัน เรื่องของการนอนเต็นท์ในตอนนี้จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีกับใครๆอย่างที่สุดเลยเพราะอย่างน้อยก็จะช่วยเพิ่มความสนุกและความสามัคคีในการทำกิจกรรมต่างๆได้อีกด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเราจึงควรที่จะต้องให้ความสำคัญเพราะอย่างน้อยในการทำกิจกรรมเอ้าท์ดอร์เหล่านี้ก็จะทำให้เราฝึกความอดทนในเรื่องราวต่างๆได้อย่างที่สุดด้วยและที่สำคัญการนอนเต็นท์ก็จะช่วยทำให้อะไรหลายๆอย่างที่เราไม่เคยได้ทำนั้นกลับได้ทำขึ้นมาแล้วก็มีความสุขอย่ายิ่งด้วย เรื่องของการนอนเต็นท์ในบางที่อาจจะไม่มีไฟให้เราได้ใช้หรือมีความสะดวกสบายให้กับเราเท่าไหร่ดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องมีการเตรียมพร้อมให้มากๆด้วยเพราะยิ่งเรารู้จักที่จะเตรียมพร้อมแล้วก็ไม่ทำให้เรานั้นเกิดอุปสรรคในการนอนเต็นท์ได้ด้วย การไปนอนเต็นท์นั้นเราก็ควรที่จะต้องเลือกสถานที่ที่เราอยากจะไปด้วยเพราะว่าสิ่งนี้ก็จะช่วยทำให้เป็นแรงดึงดูดใจที่ดีขึ้นได้ด้วย ดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องหาสถานที่ที่ดีด้วยหรือบรรยากาศที่สวยๆด้วยเพราะอย่างน้อยก็จะเป็นแรงดึงดูดใจที่ดีกับเราเองที่อยากจะพักที่นี่ไปหลายๆวันด้วย สิ่งนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องใส่ใจให้มากๆด้วยจึงจะดีเพราะอย่างน้อยก็จะช่วยทำให้เรายิ่งมีความสุขที่ได้ทำกิจกรรมใหม่ๆนั้นมากขึ้นด้วย

Read More
ประหยัดค่าไฟ

แนวทางการประหยัดค่าไฟ

ปัจจุบันมีเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มากมายหลายประเภทให้เราได้เลือกสรรให้เหมาะกับจุดพื้นที่ในการทำงาน ซึ่งยิ่งมีเครื่องใช้ไฟฟ้ามาก อัตราการใช้ไฟฟ้าและค่าไฟก็ต้องมาตามกันไปด้วยครับ จะดีกว่ามั้ย… ถ้าเราสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ วันนี้เราเลยจะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “แนวทางการประหยัดค่าไฟ” กันนะครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย!!! การคำนวณอัตราการใช้ไฟฟ้าและคิดค่าไฟกันอย่างไร? ค่าไฟฟ้าสามารถคำนวณได้โดยวิธีง่ายโดย ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่าอัตราค่าไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นใช้ไฟมากน้อยเพียงใด โดยจะต้องสังเกตว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละเครื่องมีกำลังไฟฟ้าที่มีหน่วยเป็นวัตต์เท่าไร ยิ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีจำนวนวัตต์มาก ก็หมายความว่าจะใช้ไฟฟ้ามากขึ้นไปด้วย  ดังนั้นก่อนที่จะทำการคำนวนค่าใช้ไฟฟ้า จะต้องสำรวจว่าภายในที่อยู่อาศัยนั้นมีเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทไหนบ้า ง และเปิดใช้งานประมาณเดือนละกี่ชั่วโมง จากนั้นนำมาคำนวณค่าใช้ไฟฟ้าด้วยสูตรดังต่อไปนี้ กำลังไฟฟ้า (วัตต์ ) x จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า ÷  1000 x จำนวนชั่วโมงที่ใช้ใน 1 วัน = จำนวนหน่วยต่อวัน (ยูนิต) แนวทางการประหยัดค่าไฟฟ้า ►ถอดปลั๊กทุกครั้งหลังใช้งาน เพียงแค่ปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นการตัดกระแสไฟเลยซะทีเดียว เพราะตราบใดที่ปลั๊กยังเสียบอยู่กับเต้ารับ ตราบนั้นก็ยังคงมีกระแสไฟไหลวนเพื่อให้คุณเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้โดย ทันที โดยเฉพาะคนที่ชอบเปิดโหมดพักหน้าจอคอมพิวเตอร์ไว้เอา เพียงแค่ 1 ชั่วโมงก็สูญเสียกระแสไฟไปไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไรแล้วนะจ๊ะ และในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็ควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานออกทุกครั้งด้วยจะดีที่สุด ►ใช้โซล่าเซลล์ส่วนประหยัดค่าไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) คือ พลังงานทดแทนชนิดหนึ่งที่สามารถผลิตได้จากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ที่อยู่ในรูปของแสงแดด ซึ่งให้ทั้งพลังงานแสงและพลังงานความร้อน พลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นพลังงานหมุนเวียนสะอาดที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษหรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพสูง ไม่มีวันหมด และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย หลัก ๆ คือ การผลิตกระแสไฟฟ้าและการผลิตพลังงานความร้อน ซึ่งข้อดีของการใช้โซล่าเซลล์สามารถยกตัวอย่างเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ - พลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและเป็นพลังงานจากธรรมชาติที่ไม่มีวันหมด สามารถผลิตได้ทุกพื้นที่บนโลกตราบใดที่มีแสงอาทิตย์ส่องถึง - นำไปใช้งานได้หลากหลาย เช่น ผลิตกระแสไฟฟ้าหรือความร้อน และในกระบวนการผลิต แปรรูป และใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนแหล่งพลังงานอื่น ►เลือกใช้หลอดไฟ LED และแบบฟูลออเรนซ์เซนท์ หลอดไฟแบบ ...

Read More
พลังงานน้ำ

หลักการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ

เรื่องของการผลิตไฟฟ้านั้น เราสามารถทำได้หลายแนวทางเลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งหนึ่งในวิธีในการผลิตไฟฟ้าที่น่าสนใจที่เราจะพาทุกๆ ท่านไปศึกษาพร้อมๆ กันนั้นก็คือ “การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ” นั้นเองครับ จะเป็นอย่างไร มีข้อมูลแบบใดกันบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย!!! ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “พลังงานไฟฟ้า” เบื้องต้น พลังงานไฟฟ้า คือ พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัว หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ซึ่งการเดินทางของพลังงานดังกล่าวผ่านวัสดุนำไฟฟ้า ทำให้เกิดเป็นกระแสไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ปัจจุบัน พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากทั้งในแง่การดำรงชีวิต คุณภาพชีวิต และการอำนวยความสะดวกต่างๆ นั้นเองครับ พลังงานน้ำ เป็นอย่างไร? พลังงานน้ำเป็นพลังงานทดแทนจากธรรมชาติที่สร้างได้จากอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อน โดยอาศัยหลักการเคลื่อนที่ของน้ำที่จะเคลื่อนที่จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ โดยในขั้นตอนแรกจะเป็นการกักเก็บน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนเพื่อสะสมพลังงานศักย์ และเมื่อได้ปริมาณน้ำตามที่ต้องการแล้ว จึงทำการเปิดประตูน้ำให้น้ำไหลออกมาเพื่อหมุนใบพัดของกังหันน้ำและเครื่องปั่นไฟฟ้าหรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าพลังน้ำด้วยพลังงานจลน์ และได้มาซึ่งพลังงานไฟฟ้าในท้ายที่สุด สำหรับประเทศไทยแล้ว พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากน้ำ (Hydroelectricity) ถือเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตได้มากกว่าพลังงานรูปแบบอื่น ๆ หลักการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ไฟฟ้าพลังน้ำ คือ ไฟฟ้าที่เกิดจากพลังน้ำ โดยใช้พลังงานจลน์ของน้ำซึ่งเกิดจากการปล่อยน้ำจากที่สูงหรือการไหลของน้ำ หรือการขึ้น-ลงของคลื่น ไปหมุนกังหันน้ำ (Turbine) และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยพลังงานที่ได้จากไฟฟ้าพลังน้ำนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำ ความแตกต่างของระดับน้ำ และประสิทธิภาพของกังหันน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า กำลังไฟฟ้าและพลังงานจากพลังน้ำ ซึ่งหลัการผลิตจะมีดังต่อไปนี้… 1. หลักการทำงานคือสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ให้มีระดับน้ำสูงกว่าระดับของโรงไฟฟ้า2. ปล่อยน้ำปริมาณที่ต้องการไปตามท่อส่งน้ำ เพื่อไปยังโรงไฟฟ้าที่อยู่ต่ำกว่า3. พลังน้ำจะไปหมุนเพลาของกังหันน้ำที่ต่อกับเพลา ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ทำให้โรเตอร์ หมุน เกิดการเหนี่ยวนำขึ้นในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ได้พลังไฟฟ้าเกิดขึ้น ประเทศไทยใช้พลังงานในสัดส่วนอย่างไรบ้าง? ประเทศไทยใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหลายชนิด ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้ ปิโตรเลียมประมาณ 50% พลังงานไฟฟ้า 25.00% พลังงานถ่านหิน 15.00% และพลังงานจากก๊าซธรรมชาติ 10.00% ของการใช้พลังงานทั้งหมด (เนื่องจากอัตราส่วนการใช้พลังงานในประเทศไทยนำเสนอในรูปแบบของพลังงานขั้นสุดท้าย ดังนั้น การวิเคราะห์อัตราส่วนการใช้พลังงานระหว่างพลังงานฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียนจึงต้องเริ่มจากการคำนวณอัตราส่วนการใช้พลังงานในการผลิตกระแสไฟฟ้าก่อน และนำอัตราส่วนที่ได้นั้นมาคำนวณในข้อมูลการใช้พลังงานโดยรวมของประเทศไทยต่อไป ประโยชน์ของพลังงานน้ำ พลังงานน้ำ ...

Read More
พลังงานคลื่นทะเล

หลักการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นทะเล

ทุกๆ ท่านเคยคิดกันเล่นๆ มั้ยครับ “พลังงานไฟฟ้าสามารถผลิตจากคลื่นทะเลได้หรือไม่?” ซึ่งขอกล่าวเบื้องต้นเลยได้ว่า สามารถทำได้จริงครับ บทความนี้เลยจะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “หลักการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นทะเล” ที่น่าสนใจมากๆ เลยหล่ะ.. จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับผม ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “พลังงานไฟฟ้า” พลังงานไฟฟ้า คือ พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัว หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ซึ่งการเดินทางของพลังงานดังกล่าวผ่านวัสดุนำไฟฟ้า ทำให้เกิดเป็นกระแสไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ปัจจุบัน พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากทั้งในแง่การดำรงชีวิต คุณภาพชีวิต และการอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต และพลังงานไฟฟ้ายังเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งทางด้านคมนาคม เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม และบริการ การผลิตไฟฟ้าจากคลื่นทะเล เราสามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยการนำพลังงานที่เกิดจากน้ำขึ้นและน้ำลงมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้าจะมีด้วยกัน 2 รูปแบบ ดังนี้ ►เทคโนโลยีช่วงน้ำขึ้น-น้ำลง เก็บเกี่ยวพลังงานจากความแตกต่างของน้ำขึ้นและน้ำลงในเขื่อนกั้นน้ำ โดยเมื่อน้ำขึ้นจะกักเก็บน้ำไว้เหนือเขื่อนและเมื่อน้ำลงจะถูกปล่อยให้ไหลผ่านกังหันเพื่อผลิตไฟฟ้า ►เทคโนโลยีกระแสน้ำขึ้น-น้ำลง จับกระแสน้ำที่ไหลเข้าและออกบริเวณชายฝั่งทะเลเมื่อน้ำขึ้นและลง โดยสร้างอ่างเก็บน้ำไว้บริเวณชายฝั่งเมื่อน้ำขึ้นจะไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ เมื่อน้ำลงจะไหลออกจากอ่างเก็บน้ำ โดยการไหลเข้าไหลออกจากอ่างเก็บน้ำจะนำไปหมุนกังหันจนเกิดการผลิตพลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้พลังงานจากคลื่น โดยพลังงานจลน์ในคลื่นทะเลจะถูกใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า แต่พลังงานคลื่นยังคงมีราคาแพงกว่าพลังงานอื่น ๆ ในปัจจุบันสามารถจำแนกเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นได้ 2 รูปแบบ ได้แก่… -          แบบคอลัมน์น้ำสั่น (Oscillating Water Column: OWC) เมื่อคลื่นเคลื่อนที่ผ่านเครื่องเปลี่ยนพลังงานคอลัมน์น้ำสั่น จะทำให้เกิดแรงอัดอากาศไปหมุนกังหันเพื่อผลิตไฟฟ้า เมื่อคลื่นลดระดับลงอากาศจะถูกดันให้ไหลกลับทำให้กังหันหมุนอีกรอบ หากในบริเวณที่มีคลื่นสูงก็จะผลิตกระแสไฟฟ้าได้มาก -          แบบศูนย์รวมน้ำ (Focusing Device, Wave Surge) พลังงานคลื่นจะทำให้เกิดแรงดันเพื่อดันน้ำไปไว้ที่ศูนย์เก็บน้ำจากนั้นปล่อยกลับลงมาผ่านเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าทำให้เกิดการผลิตไฟฟ้าขึ้น มักติดตั้งบริเวณช่องแคบหน้าผา ประโยชน์ของการพลังงานไฟฟ้าในด้านต่างๆ ●ทำให้เกิดแรงหรือพลังงานกล ใช้แทนแรงงานคน เช่น ...

Read More
พลังงานลม

หลักการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม

ว่ากันด้วยเรื่องของ “พลังงานสะอาด” อย่าง “พลังงานลม” เป็นอะไรที่น่าสนใจและเป็นแหล่งพลังงานที่เราสามารถนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้จริงเลย ซึ่งต้องมีหลักการทำงานอย่างถูกต้อง บทความนี้จึงอยากจะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “หลักการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม” ที่น่าสนใจกันครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ที่ต้องไปดูกันครับ พลังงานลมเป็นอย่างไร? พลังงานลม เป็นพลังงานจากธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ มนุษย์เราได้ใช้ประโยชน์จากพลังงานลมมานานหลายพันปี ในการอำนวยความสะดวกสบายแก่ชีวิต เช่น การแล่นเรือใบขนส่งสินค้าไปได้ไกลๆ การหมุนกังหันวิดน้ำ การหมุนโม่หินบดเมล็ดพืชให้เป็นแป้ง ในปัจจุบันมนุษย์จึงได้ให้ความสำคัญและนำมาใช้ประโยชน์มากขึ้น โดยการนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า เนื่องจากพลังงานลมมีอยู่โดยทั่วไป ไม่ต้องซื้อ เป็นพลังงานที่สะอาด ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น โดยชนิดของกังหันลม จำแนกตามลักษณะแนวแกนหมุนของกังหันจะได้ 2 แบบ คือ ●กังหันลมแกนหมุนแนวตั้ง (Vertical Axis Wind Turbine) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุน และใบพัดตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ ●กังหันลมแกนหมุนแนวนอน (Horizontal Axis Wind Turbine) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนขนานกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ โดยมีใบพัดเป็นตัวตั้งฉากรับแรงลม เราสามารถใช้พลังงานลมมาผลิตไฟฟ้าได้อย่างไร? การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม คือ การนำลมมาใช้ประโยชน์จะต้องอาศัยเครื่องจักรกลสำคัญ คือ “กังหันลม” ในการเปลี่ยน พลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลม เป็นพลังงานกลก่อนนำไปใช้ประโยชน์ ที่สำคัญพลังงานลม ใช้ไม่มีวันหมด และกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากลมยังไม่ปล่อยของเสียที่เป็นอันตรายต่อ สภาพแวดล้อม แต่การใช้พลังงานลมเพื่อการผลิตไฟฟ้าความเร็วลมจะต้องสม่ำเสมอ หรือกำลังลม เฉลี่ยทั้งปีควรไม่น้อยกว่าระดับ 6.4 – 7.0 เมตรต่อวินาที ที่ความสูง 50 เมตร ถึงจะสามารถ ผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมได้ดี ภูมิประเทศที่มีความเร็วลมเหมาะสมได้แก่บริเวณฝั่งทะเลแถบยุโรป เหนือ หรือช่องเขาในอเมริกา โดยประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าโดยใช่พลังงานลม สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ...

Read More