บ้าน เป็นสถานที่ที่พักใจและพักกายาของเราทุกๆ คน สำหรับคนที่มีบ้านแสนสบาย บรรยากาศและที่ตั้งดีๆ อย่าง “บ้านริมน้ำ” เป็นอะไรที่น่าจะฟินมากๆ เลยหล่ะครับ แต่ความชิลความสวยงามมักจะมาพร้อมกับ “ปัญหาของบ้านที่ติดริมน้ำที่ต้องเตรียมตัว” ที่น่ากังวลเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันดีกว่าครับผม
ฮวงจุ้ยกับบ้านติดริมแม่น้ำลำคลอง
บ้านติดน้ำที่อยู่ติดบริเวณแม่น้ำลำคลองเป็นบ้านติดน้ำที่ถูกฮวงจุ้ยที่สุด เนื่องจากเป็นบ้านติดน้ำที่มีสภาพแวดล้อมแบบธรรมชาติ สภาพหยิน-หยางสมดุล โดยเฉพาะบ้านติดน้ำที่มีคุ้งน้ำทางโค้งและมีกระแสน้ำโอบตัวบ้านจะยิ่งดี ในทางกลับกันหากเป็นโค้งน้ำที่หันโค้งเข้าหาตัวบ้านติดน้ำจะถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี อีกทั้งต้องไม่ให้บ้านติดน้ำอยู่บริเวณทางแยกเพราะเป็นบริเวณน้ำหมุนวนเป็นน้ำที่มีผลเสียมากกว่าผลดี และบ้านติดน้ำที่มีตำแหน่งอยู่ปลายน้ำจะถือว่ามีฮวงจุ้ยไม่ดีมากที่สุด เพราะไม่ได้รับประโยชน์จากแม่น้ำ น้ำพัดพาตะกอนมาทับถม สภาพน้ำนิ่งถือว่าเป็นน้ำตาย
การเลือกซื้อบ้านติดน้ำที่อยู่ริมแม่น้ำลำคลองหากให้ดีต่อสุขภาพควรดูว่าแหล่งน้ำบริเวณนั้นเน่าเสีอหรือไม่ หากเน่าเสียถือว่าเป็นบ้านติดน้ำที่ไม่ดี และควรเว้นระยะห่างจากแหล่งน้ำโดยใช้ความสูงของบ้านคูณด้วย 3 (หน่วยเป็นเมตร) จึงจะดี
ปัญหาของบ้านที่ติดริมน้ำ
►น้ำเซาะตลิ่ง ดินไถล บ้านทรุด สิ่งที่ควรระมัดระวังในการสร้างบ้านติดน้ำคือเรื่องของการกัดเซาะริมตลิ่ง ดินไถล บ้านทรุด ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการทำแนวป้องกันดินพังทลาย การสร้างรั้วโดยใช้เสาเข็มรูปตัวไอ จุดสังเกตที่เป็นสัญญาณบ่งบอกบ้านทรุด อย่างเช่น เกิดรอยร้าวขึ้นบนผนังหรือเสา , ผนังแยกตัวเป็นแนวทแยงมุม , พื้นดินบริเวณแนวผนังบ้านยุบตัวลงจนเห็นเป็นโพรงใต้บ้าน , พื้นบ้านเกิดการทรุดตัวลง เช่น พื้นที่ซักล้าง ลานขอดรถ ทางเดินข้างบ้าน เป็นต้น
►ระวังเรื่องน้ำท่วม การพักอาศัยในบ้านติดน้ำต้องคอยวัดระดับน้ำอยู่เสมอ เพื่อดูว่าน้ำขึ้นมากน้อยแค่ไหนและเพื่อที่จะได้เตรียมตัวป้องกันน้ำท่วม
►แมลงและสัตว์ไม่พึงประสงค์รบกวน บ้านติดน้ำมักมีปัญหาแมลงและสัตว์ไม่พึงประสงค์อพยพหนีน้ำขึ้นที่สูง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์มีพิษอย่างแมงป่อง ตะขาบ งู นอกจากนี้อาจพบปัญหายุงหรือสัตว์อื่น ๆ อย่างเช่น ตัวเงินตัวทอง เป็นต้น
แนวทางการป้องกันสำหรับบ้านริมน้ำ
●ยกใต้ถุนขึ้นสูงกว่าระดับน้ำ
ใครที่ต้องการสร้างหรือมีบ้านริมน้ำคงไม่อยากให้บ้านที่เพิ่มสร้างต้องเผชิญกับน้ำท่วมบ้านเพราะน้ำขึ้นสูงอย่างแน่นอน โดยการสร้างบ้านที่ริมแม่น้ำอย่างนี้จะมีการใช้สูตรเพื่อคำนวณความสูงของบ้านว่าควรยกใต้ถุนขึ้นสูงเท่าใดตัวบ้านจึงจะปลอดภัย วิธีการคำนวณก็คือ ความลึกของระดับน้ำบวกกับความลึกของระดับน้ำเดิมคูณ 1.25 จะได้เป็นความยาวเสาเข็มที่จะทำแนวรั้วและค่าที่ได้ต้องไม่เกิน 10 เมตร
●โครงสร้างบ้านทนต่อความชื้น
บ้านริมน้ำโดยส่วนมากแล้วมักมีโครงสร้างส่วนหนึ่งอยู่ในน้ำและโครงสร้างส่วนใหญ่ที่ต้องสัมผัสกับความชื้นตลอดวัน โดยส่วนใหญ่จึงใช้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กโดยต้องระวังเรื่องของเหล็กที่ใช้ต้องมีการเคลือบกันสนิมที่ได้คุณภาพ ส่วนเรื่องของปูนนั้นหากพื้นที่ที่สร้างไม่ได้เป็นน้ำกร่อยที่มีน้ำทะเลผสม เราสามารถใช้ปูนธรรมดาได้เลย แต่หากเป็นพื้นที่น้ำกร่อยจะต้องใช้ปูนเฉพาะที่เรียกว่า มารีน ซีเมนต์ ซึ่งทนต่อการกัดกร่อนของน้ำทะเลได้มากกว่า ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นว่าบ้านริมน้ำส่วนใหญ่จะอยู่เหนือระดับน้ำขึ้นมาเล็กน้อยนั้นก็เพื่อรองรับช่วงเวลาที่เกิดลมพายุทำให้น้ำขึ้นสูงหรือมีคลื่นเกิดขึ้นด้วยนั่นเอง
●ตรวจสอบดินและการกัดเซาะริมตลิ่ง
ปัญหาเรื่องดินและการกัดเซาะดินริมตลิ่งเป็นเรื่องสำคัญมากอย่างหนึ่งเพราะเป็นฐานของการสร้างที่พักอาศัย ซึ่งโดยส่วนากแล้วดินริมตลิ่งมักจะอ่อนตัว ไม่จับตัวเกาะกันมากนักพอโดนน้ำเซาะมากเข้าก็สามารถพังทลายได้ง่าย โดยเราต้องทำการตรวจสอบสภาพดินเท่านั้น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วการสร้างบ้านหรืออาคารริมน้ำมักจะต้องนำแนวรั้วป้องกันตลิ่งไว้ก่อนเพื่อป้องกันการพังทลายของดินนั่นเอง
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “ปัญหาของบ้านที่ติดริมน้ำที่ต้องเตรียมตัว” ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้น