ลมที่พัดผ่านร่างกายของพวกเราอยู่ในทุกๆ วันนี้ ท่านทราบกันหรือไม่ครับว่า “สามารถนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า” ได้ด้วยหล่ะครับ เพราะเราสามารถเปลี่ยนพลังงานลมให้เพื่อขับเคลื่อนใบพัดให้หมุนก่อเกิดเป็นพลังงานกลที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้นั้นเองครับ บทความนี้เลยอยากจะพาทุกๆ ท่านไปเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ “พลังงานลมสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอหรือไม่” กันสักหน่อย พร้อมไปสำรวจกังหันลมใหญ่ๆ ของไทยกันคัรบ จะมีที่ไหนบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับ
พลังงานลมเป็นอย่างไร?
พลังงานลม เป็นพลังงานจากธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ มนุษย์เราได้ใช้ประโยชน์จากพลังงานลมมานานหลายพันปี ในการอำนวยความสะดวกสบายแก่ชีวิต เช่น การแล่นเรือใบขนส่งสินค้าไปได้ไกลๆ การหมุนกังหันวิดน้ำ การหมุนโม่หินบดเมล็ดพืชให้เป็นแป้ง ในปัจจุบันมนุษย์จึงได้ให้ความสำคัญและนำมาใช้ประโยชน์มากขึ้น โดยการนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า เนื่องจากพลังงานลมมีอยู่โดยทั่วไป ไม่ต้องซื้อ เป็นพลังงานที่สะอาด ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น โดยชนิดของกังหันลม จำแนกตามลักษณะแนวแกนหมุนของกังหันจะได้ 2 แบบ คือ
●กังหันลมแกนหมุนแนวตั้ง (Vertical Axis Wind Turbine) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุน และใบพัดตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ
●กังหันลมแกนหมุนแนวนอน (Horizontal Axis Wind Turbine) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนขนานกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ โดยมีใบพัดเป็นตัวตั้งฉากรับแรงลม
เราสามารถใช้พลังงานลมมาผลิตไฟฟ้าได้อย่างไร?
การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม คือ การนำลมมาใช้ประโยชน์จะต้องอาศัยเครื่องจักรกลสำคัญ คือ “กังหันลม” ในการเปลี่ยน พลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลม เป็นพลังงานกลก่อนนำไปใช้ประโยชน์ ที่สำคัญพลังงานลม ใช้ไม่มีวันหมด และกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากลมยังไม่ปล่อยของเสียที่เป็นอันตรายต่อ สภาพแวดล้อม
แต่การใช้พลังงานลมเพื่อการผลิตไฟฟ้าความเร็วลมจะต้องสม่ำเสมอ หรือกำลังลม เฉลี่ยทั้งปีควรไม่น้อยกว่าระดับ 6.4 – 7.0 เมตรต่อวินาที ที่ความสูง 50 เมตร ถึงจะสามารถ ผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมได้ดี ภูมิประเทศที่มีความเร็วลมเหมาะสมได้แก่บริเวณฝั่งทะเลแถบยุโรป เหนือ หรือช่องเขาในอเมริกา
ประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าโดยใช่พลังงานลมเท่าไหร่?
สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปัจจุบัน (ข้อมูลปี พ.ศ.2562) มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 26 เมกะวัตต์ โดยมีกังหันลมผลิตไฟฟ้าที่สำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ กังหันลมแหลมพรหมเทพ จ. ภูเก็ต กำลังผลิต 0.19235 เมกะวัตต์ และกังหันลมลำตะคอง จ. นครราชสีมา กำลังผลิต 2.50 เมกะวัตต์
โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทยหรือไม่?
จากภูมิประเทศของประเทศไทย ทำให้เรามีความเร็วลมเฉลี่ยของประเทศอยู่ในระดับปานกลาง – ต่ำ มีความเร็วลมเฉลี่ยต่ำกว่า 4 เมตร/วินาที แต่ เทคโนโลยีกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้าในยุโรปส่วนใหญ่ออกแบบให้ทำงานเหมาะสมกับความเร็วลมเฉลี่ยเกินกว่า 8 เมตรต่อวินาทีขึ้นไป จึงทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้ไม่เท่าที่ควรจะเป็น ต้องอาศัย ลมประจำปี ลมประจำฤดู และลมประจำเวลา เข้าช่วยครับ
แนวคิดเกี่ยวกับ “เทคโนโลยีกังหันลมผลิตไฟฟ้ากลางมอเตอร์เวย์”
ด้วยความที่ว่า หากมีลมหมุนอย่างสม่ำเสมอและเป็นกระแสที่ไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง ดั่งเช่นช่องเขาหรือยอดเขาหรือริมทะเลที่มีลมกันโชกแรงตลอดทั้งปี จะทำให้เราสามารถติดตั้งกังหนลมขนาดใหญ่สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าได้ และทุกๆ ท่านก็สังเกตกันใช่มั้ยหล่ะครับว่า “เมื่อรถขับผ่านจะมีลมมากระแทกเราระหว่างยืนอยู่ริมถนน” หลักการนี้ก็จึงเป็นเหตุที่ทำให้เกิดแนวคิดการติดตั้งกังหันลมขนาดเล็กไว้ในบริเวณเกาะกลางถนน นั้นเองครับ ซึ่งในต่างประเทศมีการพัฒนากันไปพอสมควรและใช้งานได้จริงสำหรับการใช้พลังงานไฟฟ้ากับ ป้ายจราจรต่างๆ ครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “พลังงานลมสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอหรือไม่” ที่เราได้นำมาพูดคุยและเอามาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กันนะ