
พลังงานไฟฟ้า ในปัจจุบันนั้นเป็นพลังงานที่สำคัญเป็นอับดับแรกของโลกเลยก็ว่าได้ครับ เพราะพลังงานไฟฟ้าสามารถใช้ประโยชน์ได้เกือบทุกๆ อย่างในปัจจุบันเลยครับ หากขาดพลังงานไฟฟ้าไป โลกอาจกลับเข้าสู่ยุคมืดอีกครั้งเลยหล่ะ ซึ่งการผลิตไฟฟ้านั้นมีมากมายหลายแนวทาง แต่ในบทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปรู้จักแนวทางใหม่อย่าง “พลังงานใต้พิภพที่กำลังพัฒนา” กันครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันเล้ยย
พลังงานใต้พิภพคืออะไร?
พลังงานใต้พิภพ (Geothermal) พลังงานใต้พิภพ คือ พลังงานที่ได้จากการนำความร้อนที่กักเก็บไว้ใต้ผิวโลก ซึ่งเกิดจากการสลายตัวของสารกัมมันตภาพรังสี เช่น โพแทสเซียม ยูเรเนียม ทอเรียม ฯลฯ ในเปลือกโลกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วยการผลิตเป็นพลังงานทดแทน โดยใช้แรงจากไอน้ำแรงดันสูงที่สะสมอยู่ใต้ชั้นหินไปหมุนกังหันและให้พลังงานกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และได้เป็นพลังงานไฟฟ้าในท้ายที่สุด
หลักการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานใต้พิภพ
แหล่งพลังงานใต้พิภพสามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมีหลักการเบื้องต้นก็คือ นำน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงมากๆมาแยกสิ่งเจือปนออกให้หมด จากนั้นทำให้ความดันและอุณหภูมิลดลง เกิดเป็นไอน้ำขึ้นมา แล้วนำแรงอัดของไอน้ำไปหมุนกังหันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งไอน้ำที่ออกมาจากกังหันจะถูกทำให้มีอุณหภูมิเย็นลงก่อนแล้วนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นก่อนปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือปล่อยกลับลงไปใต้ดินใหม่ ซึ่งเทคนิคของแต่ละโรงไฟฟ้า อาจจะใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนแตกต่างกันออกไป ก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้สูงกว่า 20% เช่น ให้ไอน้ำถ่ายเทความร้อนให้สารอย่างไอโซบิวทีน ที่มีจุดเดือดต่ำกว่า เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าการผลิตพลังความร้อนใต้พิภพแทบไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม พลังงานนี้เป็นแหล่งพลังงานสะอาด ไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ สามารถหมุนเวียนและนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้เป็นแหล่งพลังงานที่น่าเชื่อถืออย่างที่สุด แต่โชคร้ายที่ถึงแม้ว่าหลายประเทศที่มีแหล่งสำรองความร้อนใต้พิภพที่อุดมสมบูรณ์ แต่แหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับการพิสูจน์ว่าดีแล้วนี้ถูกนำมาใช้ประโยชน์น้อยมาก
พลังงานสะอาดอื่นๆ ที่น่าสนใจ
●พลังงานลม (Wind)
พลังงานลมเป็นอีกหนึ่งพลังงานสะอาดที่ใช้แล้วไม่หมดไป เราสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ด้วยการใช้กังหันลมในการเปลี่ยนพลังงานจลน์ที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของลม จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นพลังงานกลอีกทอดหนึ่งเพื่อใช้ในการหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและเปลี่ยนพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้าต่อไป ส่วนแล้วใหญ่มักผลิตได้ตามพื้นที่เนินเขา ภูเขาในพื้นที่ห่างไกล หรือชายฝั่งทะเล ซึ่งจะมีทั้งลมทะเลและลมนอกชายฝั่ง ปัจจุบันอาจพบในรูปแบบของทุ่งกังหันลม แต่สำหรับในประเทศไทยเองจะมีอุปสรรคในด้านของความเร็วลม ทำให้ยังไม่สามารถดึงศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมได้เต็มที่
●พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar)
พลังงานแสงอาทิตย์เป็นทางเลือกพลังงานสะอาดที่ใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานธรรมชาติอย่างแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีมากที่สุดของโลกอย่างหนึ่งเพื่อนำมาแปรรูปเป็นพลังงานด้วยระบบโซลาร์เซลล์ที่จะทำหน้าที่ในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีตั้งแต่ระบบโซลาร์รูฟที่นิยมใช้ในระดับครัวเรือนไปจนถึงระบบโซลาร์ฟาร์มหรือโรงผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ นอกจากพลังงานไฟฟ้าแล้ว พลังงานแสงอาทิตย์ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นพลังงานความร้อนได้อีกด้วย
●พลังงานชีวภาพ/พลังงานชีวมวล (Biogas/Biomass)
พลังงานชีวภาพและพลังงานชีวมวลเป็นพลังงานที่ได้จากการแปรรูปวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร เช่น หญ้าเนเปียร์ ข้าวโพด ชานอ้อย ฟางข้าว ฯลฯ รวมถึงภาคปศุสัตว์ เช่น มูลสัตว์ ให้เป็นพลังงานแก๊สและพลังงานไฟฟ้าด้วยกระบวนการแปรรูปวัตถุชีวภาพตั้งแต่การเผา การผลิตก๊าซ และการหมักผลผลิตทางการเกษตรและมวลสารของสิ่งมีชีวิต พลังงานชีวภาพไม่เพียงช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเท่านั้น แต่ยังช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “พลังงานใต้พิภพที่กำลังพัฒนา” ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้กันครับ หวังว่าจะเป็นความรู้ที่ดีกันนะครับ