ของขลังมีไว้เพื่ออะไร

ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยของเราคลุกคลีอยู่กับเรื่องของไสยศาสตร์มานานมาก ตั้งแต่ยุคโบราณมาจนถึงในยุคนี้ และปัจจุบันก็ดูเหมือนว่าได้รับความนิยมกว่าเดิมเสียด้วย เพราะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทำให้คนเข้าถึงเรื่องของขลัง และเรื่องไสยศศาสตร์ต่างๆ มากขึ้น บางคนก็อาจจะสงสัยว่าเรื่องเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ ก็มีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อนั่นเอง เช่นคนที่พกพวกเครื่องรางต่างๆ คนที่ไม่เชื่อเรื่องนี้ก็มักจะสงสัยว่าจะพกทำไม พกแล้วได้อะไรขึ้นมากบ้าง สำหรับผู้ที่สงสัยในเรื่องนี้อยู่ และต้องการอยากจะพวกเครื่องรางเหล่านี้บ้าง ลองมาดูว่าข้อดีของการพกมีอะไรบ้าง เพื่อที่จะช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้น เผื่อใครต้องการอยากจะหามาพกติดตัวไว้บ้าง 1.เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เครื่องรางบางชนิดก็ไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์หรือช่วยในเรื่องของการคุ้มครองอะไรเหมือนกันพระเครื่องดังๆ แต่บางคนเลือกที่จะพกเพียงเพื่อต้องการอยากจะเก็บไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเท่านั้น ซึ่งของขลัง ที่มักพกเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจก็คือ พระขุนแผน ตระกุด หรือไม่ก็เหล็กไหล จะช่วยให้ผู้ที่พกรู้สึกสบายใจมากขึ้นเวลาที่ต้องเดินทางไปไหนมาได้บ่อยๆ 2.ช่วยค้าขายให้ได้กำไรดีขึ้น คนที่ทำเกี่ยวกับธุรกิจต่างๆ หรือไม่ก็ทำเกี่ยวกับการค้าขายทั่ววไป ส่วนใหญ่มักจะต้องพกพวกเครื่องรางต่างๆ เอาไว้ด้วย เพื่อช่วยให้การค้าขายง่ายขึ้นค้าขายได้กำไรดีกว่าเดิม สิ่งทีเราเห็นบ่อยๆ เกี่ยวกับเครื่องรางที่เกี่ยวกับการค้าขายก็คือ นางกวัก สาลิกาลิ้นทองเป็นต้น จะช่วยให้คนที่ทำกิจการค้าขาย มีความลื่นไหลมากขึ้น 3.การงานก้าวหน้า ผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าในการงาน หรือทำการงานอะไรให้สะดวกยิ่งขึ้น เช่นผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการใจคำพูด ต้องเจรจากับผู้คนบ่อยๆ จะต้องอาศัยของขลัง เข้ามาช่วยด้วย เพื่อให้การเจรจาง่ายขึ้น สำหรับเครื่องรางที่ช่วยเรื่องการงานก้าวหน้าได้มากที่สุดก็คือ สาลิกาลิ้นทอง การทำเสน่ห์ เป็นต้น หากใครที่ทานแล้วการงานไม่ดีขึ้น ลองหันมาพกเครื่องรางเหล่านี้บ้างก็ได้ อาจจะช่วยให้ชีวิตการทำงานของคุณดีขึ้นกว่าเดิม 4.ช่วยทำให้คนรัก สำหรับผู้ที่ต้องการอยากจจะเป็นที่รักRead More

เคยได้ยินชื่อรองเท้าสำหรับคนเท้าแบนหรือไม่?

 เท้าแบนคืออะไร ทำไมถึงต้องมีรองเท้าสำหรับให้คนที่มีเท้าแบนใส่โดยเฉพาะ เท้าแบนเป็นปัญหาที่พบได้เยอะในทุกๆ ช่วงวัย และบางคนอาจจะมีอาการเท้าแบนโดยที่ไม่รู้ตัวเลยก็เป็นได้           หลายคนคงสงสัยว่าเท้าแบนมีอาการเป็นอย่างไร ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับอาการเท้าแบนกันดีกว่า เท้าแบนเป็นภาวะที่อุ้งเท้ามีความแบนราบ ไม่มีส่วนเว้า ส่วนโค้งใดๆ ซึ่งเท้าแบนจะแบ่งได้ 2 ชนิดคือ เท้าแบนแบบติดแข็ง แบบนี้จะมีอุ้งเท้าที่แบนราบในเวลาที่ลงน้ำหนักในตอนยืนและเมื่อลองยกเท้าขึ้นหรือเขย่งเท้าขึ้นอุ้งเท้าก็ยังคงมีความแบนราบอยู่ กับอีกแบบหนึ่งก็คือ แบบยืดหยุ่น เมื่อยืนและลงน้ำหนักไปที่เท้า อุ้งเท้าก็ยังคงมีความแบนอยู่ แต่ถ้าเริ่มยกเท้าหรือเขย่งเท้าขึ้นเมื่อไหร่อุ้งเท้าจะไม่มีความแบนราบแล้ว สาเหตุการเกิดอาการเท้าแบนสามารถเกิดจากทางพันธุกรรมได้           อาการของเท้าแบนนั้นเกิดจากการยืนหรือเดินมากๆ หรือทำกิจกรรมที่ใช้เท้าเป็นเวลานานมากเกินไป จึงทำให้มีอาการเจ็บปวดที่บริเวณอุ้งเท้า ปวดขา ปวดน่อง และอาจจะลามไปปวดที่จุดอื่นๆ ของร่างกายได้ ควรเลือกใส่รองเท้าสำหรับคนเท้าแบนอย่างไรถึงจะดี?           สำหรับคนที่มีอาการเท้าแบนควรเลือกซื้อรองเท้าสำหรับคนเท้าแบนมาสวมใส่จะได้ไม่เกิดอาการเจ็บปวดที่อุ้งเท้า เพราะถ้าใส่รองเท้าแบบทั่วๆ ไป อาการที่เจ็บปวดอยู่อาจจะไม่หายดีและอาจจะปวดมากขึ้นจนเกิดเป็นอาการปวดเรื้อรังที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในอนาคตได้            รองเท้าสำหรับคนเท้าแบนที่ดีควรจะมีลักษณะตามแบบนี้ คือ รองเท้าจะต้องได้รับการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านสรีระเท้าของคนเรา ตัวรองเท้าจะต้องมีความพอดีกับเท้าและมีน้ำหนักเบาเพื่อให้ผู้สวมใส่นั้นรู้สึกสบาย พื้นด้านในของรองเท้าจะต้องมีความนุ่มและยืดหยุ่นเพื่อรองรับอุ้งเท้าของผู้ที่มีปัญหาเท้าแบน ทำให้ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดที่อุ้งเท้าได้ และคุณสมบัติที่ดีที่ว่ามาทั้งหมดนี้จะต้องทำให้การเดินของผู้ที่มีปัญหาเท้าแบนนั้นมีความสมดุลและมีประสิทธิภาพ           ถ้าไม่ใส่รองเท้าสำหรับคนเท้าแบนจะเกิดอะไรขึ้น จะมีอาการปวดเมื่อยที่เท้า ปวดขา ปวดน่อง ปวดกระดูก ปวดข้อ ถ้าปล่อยไว้นานๆ แล้วไม่ได้รับการดูแลรักษาให้ดี ก็จะมีอาการปวดเรื้อรังตามร่างกายไปเรื่อยๆ และสามารถกระทบการใช้ชีวิตประจำวันได้ การเดิน การยืน ออกกำลังกายหรือการทำกิจกรรมต่างๆ ก็ลำบากขึ้น           เพราะฉะนั้นถ้ามีปัญหาเท้าแบนก็ควรเลือกใส่รองเท้าสำหรับคนเท้าแบนRead More

ไลฟ์สไตล์และการแต่งตัวสำหรับวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมาถึงชาวไทย

เทรนด์แฟชั่นเรื่องของการแต่งตัวกับรูปแบบการดำเนินชีวิตมักจะมาเป็นของคู่กันไม่ว่าจะสังคมในประเทศไหนวัยรุ่นแต่ละประเทศก็จะมีสไตล์การแต่งตัวเป็นของตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบเอเชียที่ยังคงความร้อนระอุอุณหภูมิมากกว่า 30 องศาซึ่งถือได้ว่าเป็นอุณหภูมิปกติแน่นอนว่าประเทศเหล่านี้ไม่พ้นประเทศไทยเรารวมไปถึงชาวญี่ปุ่นที่ก็ได้รับผลกระทบจากความร้อนนี้เช่นกันดังนั้นแล้วแฟชั่นการแต่งตัว สำหรับการป้องกันความร้อนและรังสี UV สำหรับสาวๆในยุคนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟชั่นเรานั้นจะส่งผล กับการแต่งตัวของวัยรุ่นไทยด้วยเช่นกันหรือเรียกง่ายๆว่ากระแสความนิยมในการแต่งตัวตามแบบฉบับวัยรุ่นญี่ปุ่น ก็ทำให้วัยรุ่นไทยหันมาเอาดีทางด้านการเลือกใส่เสื้อผ้าแบบปกปิดมิดชิดเพื่อป้องกันความร้อนและยูวีที่จะมาทำอันตรายผิวให้เกิดความหมองคล้ำกระฝ้าและจุดด่างดำนั่นเองดังนั้นวันนี้เรามาดูกันว่าเทรนแฟชั่นสไตล์ญี่ปุ่นที่สาวไทยเรานิยมทำตามคืออะไรบ้าง กางเกงขาบานทรงตรง   เป็นแฟชั่นยอดฮิตของชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่วัยรุ่นสาวๆที่นิยมกางเกงแบบนี้เป็นอย่างมากเพราะนอกจากความเป็นกางเกงทรงตรงที่จะต้องใช้ขาใหญ่ใส่หลวมๆข้างๆในแบบผู้ใหญ่และไม่ดูสายแบ๊วจนเกินไปทำให้ไลฟ์สไตล์และการแต่งตัวดูดีมีความเป็นธรรมชาติในขณะที่ส่วนใหญ่แล้วกางเกงแบบนี้จะเป็นกางเกงเอวสูงยิ่งทำให้สาวตัวเล็กไซส์มินิมอลยิ่งดูตัวสูงเพรียวมากยิ่งขึ้นอีกดังนั้นเราจากที่เราจะใช้กางเกงขาบานทรงตรงสำหรับวันที่ Shopping ธรรมดาได้แล้วยังสามารถใส่ไปออฟฟิศได้อีกด้วย กางเกงขาบานผูกโบว์ที่เอว  เป็นกางเกงทรงคล้ายกางเกงทรงตรงๆแต่เนื้อผ้าจะพริ้วกว่าและขาบานกว่าที่สำคัญคือมีลูกเล่นด้วยการผูกโบว์ที่เอวด้านหน้าเป็นทรงที่ฮิตมากในประเทศญี่ปุ่นดังนั้นรุกนี้จะเป็นสไตล์การแต่งตัวที่ธัมมัตถแมงดูซอฟแต่ดูเซอร์และยังดูสวยหวานได้ในขณะเดียวกันอีกทั้งยังช่วยอำพรางรูปร่างด้วยการผูกโบว์ที่เอวทำให้เอวคอดมากยิ่งขึ้นอีกด้วย กางเกงเอวสูงมีจีบหน้าเป็นกางเกงขายาวที่ได้รับความนิยมจากสาวสาวมากเป็นอย่างยิ่งเพราะนอกจากที่จะช่วยทำให้ดูช่วงขาเรียวยาวขึ้นแล้วยังทำให้การแต่งตัวธรรมดาธรรมดากับเสื้อแขนยาวคอกลม เป็นรุกที่ดู Smart และยังตอบโจทย์ในเรื่องของการป้องกันแสงแดดและความร้อนจากรังสี UV ได้อีก กระโปรงพลีทยาว  เป็นทรงกระโปรงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในยุคนี้เพราะไม่ว่าจะเป็นสาวญี่ปุ่นหรือสาวไทยการใส่กระโปรงพลีทแบบยาวนั้นเป็นรุกที่ทำให้ ดูสวยหวานมีสีสันสดใสและยัง ทำให้ดูเป็นสาวสดใสมีชีวิตชีวา เนื้อผ้าแบบคริสต์ที่บางเบาพริ้วไหวเหมาะกับฤดูร้อนแต่ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถกันแดดและการยูรีได้เป็นอย่างดีซึ่งนอกจากที่ลุกนี้จะถูกใจสาวแล้วยังถูกใจหนุ่มหนุ่มทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

ไลฟ์สไตล์การใช้โซเชียลของวัยรุ่นญี่ปุ่นที่เราต้องจับตามอง

ในยุคนี้การใช้โซเชียลมีเดียถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักสำคัญในการดำเนินชีวิตและกลายเป็นปัจจัยที่เราขาดไม่ได้ในการใช้ชีวิตประจำวันเลยล่ะไม่ว่าจะเป็นการใช้ Facebook Instagram รวมไปถึงใช้ LINE เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้นอกจากที่เราจะใช้ในการหาความบันเทิงและยังสามารถใช้ในการสร้างรายได้หรือทำงานได้อีกด้วยนอกจากนี้แล้วในประเทศญี่ปุ่น ก็ยังคงมีไลฟ์สไตล์ที่ไม่แตกต่างจากวัยรุ่นไทย โซเชียลมีเดียหลักที่ใช้คือ Twitter และ Instagram ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่นจากความนิยมต่างๆเหล่านี้ก็ได้มีการทำการสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ Social Media ของวัยรุ่นญี่ปุ่นมีสิ่งที่น่าสนใจจากการทำการสำรวจในครั้งนี้คือส่วนใหญ่และวัยรุ่นญี่ปุ่นมักจะมีบัญชีการใช้งาน Social Media ต่างๆเหล่านี้มากกว่าหนึ่งบัญชี และสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือวัยรุ่นเป็นจำนวนมากที่มีบัญชีสำหรับการใช้งานเป็นบัญชีรอง มากถึง 10 บัญชีด้วยกันมาถึงตรงนี้ใครหลายคนอาจจะอยากรู้แล้วว่าทำไมวัยรุ่นญี่ปุ่นจึงมีบัญชีรองในการใช้โซเชียลมีเดียต่างๆมากมายขนาดนี้ เหตุผลแรกของการใช้บัญชีรองมากมายถึง 10 บัญชีหรือการใช้งาน Social Media อย่างลับลับเป็นสิ่งที่เด็กวัยรุ่นญี่ปุ่นทุกคนต้องมีเพราะคนที่โรงเรียนหรือคนที่ทำงานร่วมถึงคนที่บ้านจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเจ้าของบัญชีคือใครดังนั้นบัญชีรอง ซึ่งเป็นบัญชีของการใช้โซเชียลแบบไม่เปิดเผยตัวตนนั่นเองและจากการสำรวจของบริษัททางด้านความปลอดภัยในข้อมูลพบว่า 70% ของนักเรียนหญิงมัธยมปลายมีบัญชีรับเป็นของตัวเองและวัตถุประสงค์ในการใช้งานก็เก็บไว้ใช้ในวัตถุประสงค์การใช้งานหลักๆคือใช้ในการติดตามผลงานของศิลปินดารารวมไปถึง Animation หรือคนที่มีความชื่นชอบในแบบเดียวกันรวมทั้งใช้เพื่อคอมเม้นต่างๆใน Social Media โดยที่ไม่ต้องมีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงและยังเป็นการสร้างตัวตนหรอกๆขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้ทุกคนได้รู้จักตัวตนจริงของพวกเขานั้นเอง นอกจากนี้แล้ว  จากการสำรวจยังพบอีกว่าวัยรุ่นญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้โซเชียล ที่เป็นบัญชีรองในการบ่นและระบายอารมณ์กับเรื่องราวต่างๆที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดและต้องประสบพบเจอในแต่ละวันเพราะไม่อย่างนั้นแล้วคงจะต้องรู้สึกอัดอั้นตันใจที่ไม่ได้ระบายออกอย่างแน่นอนดังนั้นการใช้บัญชีรองจึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้วัยรุ่นญี่ปุ่นสามารถระบายความเครียดเพราะไม่มีใครสามารถตามตัวได้และที่สำคัญคือหลังจากที่หายเครียดหรือระบายอารมณ์แล้วก็สามารถลบบัญชีนั้นทิ้งได้ง่ายๆอีกด้วย วิถีชีวิตที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของคนญี่ปุ่นซึ่งจะเรียกว่าเป็นค่านิยมก็คงจะไม่ผิดนั่นก็คือชาวญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่แคร์ความคิดความรู้สึกของคนรอบตัวมากๆดังนั้นเพื่อให้ได้รับการยอมรับหลายคนจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างตัวตนอีกตัวตนหนึ่งขึ้นมาให้คนได้รู้จักและได้เห็นในมุมที่ตัวเองต้องการให้เห็นและไม่ต้องการให้เห็นแต่ทุกคนก็ยังคงต้องการพื้นที่ความเป็นส่วนตัวเหตุผลต่างๆเหล่านี้จึงกลายเป็นที่มาของการใช้ชีวิตติดโซเชียลแบบที่ต้องมีบัญชีในการเล่นมากมายนั่นเอง

วิถีชีวิตและวัฒนธรรมการออกเดทของชาวญี่ปุ่น

การใช้ชีวิตของวัยรุ่นในสมัยนี้ไม่ว่าจะเป็นบ้านเราหรือชาวญี่ปุ่นต่างก็มีความโดดเด่นในการดำเนินชีวิตทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรมการแสดงออกอาหารรวมไปถึงมารยาททางสังคมที่มีความเป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความรักของคนหนุ่มสาวที่เรานำมาฝากกันวันนี้เป็นเรื่องราวของวัฒนธรรมการออกเดทซึ่งเป็นรูปแบบชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่นิยมทำกันอยากรู้แล้วว่ามีอะไรบ้างตามไปดูกันค่ะ เรื่องแรกคือการสารภาพรักเป็นการเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของวัฒนธรรมการออกเดทสำหรับชาวญี่ปุ่น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วก่อนที่จะมีการดีดเกิดขึ้นสิ่งสำคัญคือต้องบอกรักเพื่อบอกความรู้สึกของตัวเองกับอีกฝ่ายหนึ่งให้รับทราบดังนั้นถ้าหากอีกฝ่ายหนึ่งมีความรู้สึกเช่นเดียวกันการออกเดทแรกจึงเริ่มต้นขึ้นและถือว่านี่คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดีวัฒนธรรมการเดทของชาวญี่ปุ่นคือการกินข้าวกลางวันหรือไปคาเฟ่เป็นรูปแบบของการเกษตรที่เป็นการไปกับเพื่อนตามปกติ ในการเดทกับคนรักส่วนใหญ่แล้วมักจะแยกบิลการจ่ายเงินซึ่งเป็นวัฒนธรรมอีกอย่างหนึ่งของชาวญี่ปุ่นที่ตรงข้ามกับชาวไทยเราเพราะชาวญี่ปุ่นวัยรุ่นต่อให้คบกันในฐานะที่เป็นคู่รักหรือเป็นแฟนกันแล้วก็ตามเวลาที่ไปรับประทานอาหารก็มักจะแยกบิลจ่ายในส่วนของตัวเองเพื่อแสดงถึงความแฟร์และความรับผิดชอบที่มีต่อตัวเองซึ่งรูปแบบนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองคนดำเนินไปได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาลสำคัญ  ฝ่ายชายก็มันจะเป็นฝ่ายเลี้ยงฝ่ายหญิง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติเช่นกัน แต่สำหรับการเดทของคนไทยเรา ส่วนใหญ่แล้วก็ถือว่าผู้ชายจะต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงไม่อย่างนั้นแล้วถือว่าไม่ป๋าซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงว่าวัฒนธรรมของเราในข้อนี้นั้นค่อนข้างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงยกเว้น ว่าแต่ละบุคคลที่อาจจะมีทัศนคติหรือมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกับชาวญี่ปุ่นก็อาจจะทำในสิ่งเดียวกันเป็นต้น  การไปเที่ยวในวันหยุดเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นกินข้าวเที่ยงหรือทานอาหารแบบเร็วๆเจอกันไม่กี่ชั่วโมง ส่วนใหญ่แล้วที่ที่ชาวญี่ปุ่นมักจะนัดไปเจอกันคือสวนสนุกห้างสรรพสินค้า Shopping หรือดูพลุ ดังนั้นการนัดเดทจึงนัดในวันหยุดเสาร์อาทิตย์เพราะค่อนข้างที่จะมีเวลา ให้กันมากินขึ้นอีกทั้งสถานที่ที่นัดพบบางแห่งต้องไปในวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น ชาวญี่ปุ่นไม่แสดงออกในเรื่องความรักในที่สาธารณะซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมฝรั่งที่อาจจะมองว่านี่คือเรื่องปกติธรรมดาที่จะเจอคู่รักหรือกอดจูบกันในที่สาธารณะแต่สำหรับชาวญี่ปุ่นการเดินจับมือจูงมือกันเป็นเรื่องเดียวที่เขาจะทำด้วยเหตุผลง่ายๆคือชาวญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่หวงแห่งความเป็นส่วนตัวอีกทั้งการแสดงความรักในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำในทัศนคติของชาวญี่ปุ่นเพราะเป็นเรื่องที่ควรเคารพคนอื่นในพื้นที่สาธารณะ นั่นเอง ชาวญี่ปุ่นจะไม่ค่อยบอกรักกันดังนั้นเขาจะไม่พูดกันออกมาตรงๆว่าฉันรักคุณซึ่งแน่นอนว่าต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจกันดี ว่าความรักและความเอาใจใส่ผ่านการกระทำและการแสดงออกเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและเชื่อมั่นได้ดังนั้นคำพูดหวานหูด้วยคำว่าฉันรักคุณผมรักคุณจึงไม่จำเป็นแต่อย่างใด ซึ่งสิ่งเหล่านี้กลายเป็นนิสัยและวัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตของคู่รักสำหรับชาวญี่ปุ่นไปเสียแล้ว ชาวญี่ปุ่นนิยมที่จะอยู่ร่วมกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทดลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานเพราะถือว่าเป็นการทดลองที่เราจะปรับตัวเข้าหากันและการใช้ชีวิตคู่จะเป็นอย่างไรสิ่งต่างๆเหล่านี้จะทำให้ชีวิตหลังการแต่งงานราบรื่นมากขึ้นและไม่ต้องเจอปัญหาภายหลังแต่งงานนั่นเอง